Translate:

Popular Posts


แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ News แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ News แสดงบทความทั้งหมด


เว็บไซต์ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย หรือในชื่อย่อว่า ไทยเซิร์ต ได้แจ้งข่าวผ่านทาง Twitter ของตนเอง ให้ระวังหน้าเว็บปลอมของธนาคารหลายแห่งในประเทศไทย เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกรุงไทย
โดยใน Twitter ของ Thaicert ได้จับภาพหน้าจอของหน้าเว็บไซต์ปลอมดังกล่าว ซึ่งประกอบไปด้วยธนาคารไทยพาณิชย์


ซึ่งลิงค์ดังกล่าว อาจจะเกิดจากการล่อหลวงให้ผู้ใช้หลงเข้าไปได้ ผ่านทาง E-mail หรือ ผ่านเว็บที่ไม่น่าเชื่อถือ ทำให้เกิดการขโมยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ของผู้ที่เผลอกรอกลงไป จึงต้องเป็นหน้าที่ของผู้ใช้ ในการระมัดระวังอย่างยิ่งกับการเข้าใช้งานเว็บไซต์ธนาคารผ่านอินเตอรเน็ต ที่ควรจะเข้าผ่านหน้าเว็บของธนาคารจริงๆ และตรวจดูที่อยู่ของเว็บไซท์ ต้องมีเครื่องหมายแสดงการรับรองความปลอดภัยในการเข้ารหัสเว็บไซต์ ที่มีสัญลักษณ์เป็นสากลคือ รูปกุญแจสีเขียวและตามด้วยชื่อบริษัทของเว็บไซต์ที่ได้รับการรับรองนั้นๆ รวมทั้งการเข้ารหัสเว็บไซต์ผ่าน HTTPS ที่จะแสดงให้เห็นอย่างเช่น
ธนาคารกรุงไทย ktb ธนาคารไทยพาณิชย์ scb
ที่มา ThaiCERT Twitter รูปจาก www.flickr.com/photos/enverband/14568955953/

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

แจ้งเตือนหน้าเว็บไซต์หลอกลวง สวมรอยเว็บธนาคาร Online ในไทย



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศอินเดียได้เข้าช่วยเหลือนางกุนจา เทวี หญิงวัย 25 ปี คืนสู่อิสรภาพ ภายหลังถูกครอบครัวสามีกักขังในบ้านกว่า 3 ปี ภายในเมืองดาร์บันกา แคว้นพิหาร เนื่องจากพ่อแม่ของเธอไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าสินสอดให้ฝ่ายสามีให้ครบจำนวน และเธอยังถูกกีดกันไม่ให้พบหน้าลูกสาวของเธอซึ่งขณะนี้มีอายุ 3 ขวบอีกด้วย
โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงสถานที่เกิดเหตุ ก็พบเจอ นางเทวี อยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก โดยเธอถูกขังอยู่ภายในห้องน้ำที่มืดและสกปรก ก่อนที่ตำรวจจะเข้าไปนำตัวเธอออกมา แต่ถึงขณะนี้ นางเทวี มีอาการปลอดภัยและได้รับการดูแลจากพ่อของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นางกุนจา ถือเป็นเหยื่อประเพณีของชาวอินเดียที่ครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวต้องเป็นผู้นำสิน สอดไม่ว่าจะเป็น เงินสด, เสื้อผ้า หรือเครื่องเพชร มาสู่ขอฝ่ายชายนั้นถูกปฏิบัติต่อกันมาอย่างแพร่หลายนานกว่าหลายร้อยปี แต่ธรรมเนียมได้กลายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 ขณะที่ประเมินกันว่าในแต่ละปีมีผู้หญิงชาวอินเดียกว่า 1 พันคน ต้องถูกสังหารจากกรณีพิพาทเกี่ยวกับจำนวนของสินสอดดังกล่าว ทางด้านกลุ่มรณรงค์ต่อต้านออกมากล่าวว่า ประเพณีดังกล่าวเป็นสาเหตุให้ผู้หญิงชาวอินเดียมีความเสี่ยงที่จะได้รับความ รุนแรงและอาจนำไปสู่ความตายได้

หญิงอินเดียถูกกักขังกว่า 3 ปี เหตุจ่ายสินสอดไม่ครบ


ชาวเน็ตวิจารณ์ เรื่องราวคนเผลอนำปืนปลอมขึ้นเครื่องบิน แต่เครื่องสแกนตรวจไม่พบ ตั้งคำถามเป็นการละหลวมหรือไม่ 
(10 ก.ย.) โลกออนไลน์กับเปิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวของบุคคลท่านหนึ่งที่ได้นำ ประเด็นมาเปิดไว้ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม โดยการตั้งกระทู้ถามว่า เมื่อการท่าฯ ให้ผมเอาปืนขึ้นเครื่อง ซึ่งรายละเอียดที่บุคคลท่านนี้ได้โพสต์มีใจความระบุว่า
เมื่อวานผมบินกลับไฟลท์เชียงใหม่-กรุงเทพ สายการบินหนึ่ง ถึงเวลาเชคอินผมก็แสกนกระเป๋าเข้าไปตามปกติ
ขึ้นเครื่องถึงกรุงเทพ กำลังหยิบมือถือในกระเป๋า เปิดออกมาดูก็ตกใจ
เฮ้ย!! มันมาอยู่ในกระเป๋าได้ยังไง ปืนปลอมของรุ่นน้องทหารอากาศ ที่หยิบมาเล่นกันที่เชียงใหม่
ผมช็อคมาก ช็อคตรงที่มันผ่านเครื่องแสกนมาได้ยังไง เยล น้ำหอม ครีมเกิน 100 g. ยังต้องทิ้งเลย
แต่สิ่งนี้กลับผ่านมาได้เฉยเลย เลยขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานหน่อย
การท่าทำงานได้หละหลวมมาก ไม่แน่ใจว่าที่แสกนกระเป๋านี่ได้ดูจอกันจริง ๆ รึเปล่า
ผมโพสรูปลง instagram น้อง ๆ ที่เป็นสจ๊วตและที่ทำงานอยู่วิทยุการบินบอกว่านี่เรื่องใหญ่
ไม่เกี่ยวว่าเป็นปืนปลอมรึเปล่า ต้องไม่ให้ผ่านทั้งปืนจริงและของที่รูปร่างเหมือนปืน
บาง ประเทศเช่นมาเลเซียแม้แต่ปืนฉีดน้ำก็ห้ามโหลดใต้เครื่องครับ เพราะมีประเด็นที่ปืนพลาสติคแต่กระสุนจริงมาแล้ว เคสนี้น่าจะร้ายแรงพอตัว
มานั่งดูรูปแล้วคิดภาพว่า ถ้าผมยกขึ้นแล้วชี้ไปทางผู้โดยสารคงสยองน่าดู
ปกติผมเป็นคนเดินทางบ่อย โชคยังดีที่เป็นไฟลท์ในประเทศ ถ้าผมหลุดออกไปไฟลท์นอกประเทศนี่คงโดหนักแน่ๆ
ผมว่า เรื่องนี้ควรถึงการท่านะ
ป.ล. ผมไม่ได้มีความตั้งใจเอามันขึ้นเครื่องแม้แต่น้อยครับ
ซึ่งประเด็นดังกล่าว หลายคนได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของการท่าฯ ที่มีความหละหลวม และในอีกมุมมีการตั้งคำถามว่าภาพดังกล่าวใช่ถ่ายบนเครื่องบินพาณิชย์จริง ๆ หรือไม่ และเจ้าของภาพที่นำมาโพสต์นั้นจะมีความผิดไปด้วยหรือเปล่าแม้ไม่ได้ตั้งใจนำ ปืนปลอมขึ้นไป


วิจารณ์ เผลอนำปืนปลอมขึ้นเครื่องบิน สแกนตรวจไม่เจอ



เป็นอีกหนึ่งซุป'ตาร์ที่ได้รับโอกาสดีจากผู้ใหญ่ตลอด...ตลอด!! สำหรับนางเอกสาว " จามิกรณ์" เพราะล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเผยว่า เพิ่งจะได้รับการชักชวนจากผู้ใหญ่ที่สนิทให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลชื่อดังระดับประเทศ ส่วนจะเป็นทีมอะไรนั้นสาวแพนเค้กบอกว่า คงต้องขออุบไว้ก่อน เนื่องจากตอนนี้ยังอยู่ในช่วงตกลงรายละเอียด ก่อนยืนยันให้แฟน ๆ ได้โล่งอกด้วยว่า แม้จะมีโปรเจคให้รับผิดชอบเยอะแต่เจ้าตัวก็ไม่คิดทิ้งงานในวงการบันเทิงอย่างแน่นอน...
เห็นว่าเรามีโอกาสได้ไปเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ?
"ค่ะ ก็ได้รับโอกาสมาในส่วนนั้น แต่ว่ารายละเอียดต่าง ๆ อันนี้เอาไว้บอกกันอีกทีนึงนะคะ"
มีที่มาที่ไปยังไงทำไมเราถึงได้รับโอกาสนี้ ?
"ก็ เรียกได้ว่าเป็นการได้รับโอกาสดี ๆ ละกัน เพราะว่าโดยส่วนตัวแล้วแพนเองก็เป็นที่ปรึกษาให้กับทีมที่พัตเตอร์ (น้องชาย) เขาเล่นอยู่แล้วด้วย ซึ่งสำหรับโอกาสนี้มันก็อาจจะเป็นการต่อยอดกันไปในส่วนนั้น ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ อย่างที่แพนบอกค่ะเอาไว้รอถึงจังหวะที่เหมาะสมค่อยบอกกันอีกทีดีกว่า"
พอจะบอกได้ไหมว่าทีมที่เราดูแลอยู่คือทีมอะไร ?
"เดี๋ยวบอกอีกทีละกันนะ (ยิ้ม)"
แสดงว่าช่วงนี้ตัวเราเองก็ต้องศึกษาเรื่องของกีฬาฟุตบอลมากขึ้น ?
"นิด นึงค่ะ หลังจากนี้แพนเองก็คงจะต้องดูและศึกษาเพิ่มเติมมากขึ้นรวมไปถึงในเรื่องของ ทีม ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อาจจะต้องรอประชุมกันอีกทีค่ะ"
ส่วนตัวแพนเค้กเองเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลอยู่แล้วหรือเปล่า ?
"เรียก ว่าคลุกคลีจะดีกว่าค่ะ เพราะว่าพัตเตอร์เขาเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งตัวแพนเองก็เห็นเขามาตลอด และยิ่งในเมื่อตอนนี้แพนเองได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมมากขึ้นแพนก็คง จะต้องให้ความร่วมมือค่ะ (ยิ้ม)"
กดดันไหมกับหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอล ?
"นิดหน่อยค่ะ แต่แพนก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดียังไงก็ต้องลองทำกันดู"
โปรเจคงานเยอะแบบนี้จะมีผลทำให้งานละครลดลงไหม ?
"ไม่ ค่ะ ทุกอย่างยังเหมือนเดิมแฟน ๆ ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะสำหรับหน้าที่ตรงนี้แพนอยากให้มองว่าเป็นโอกาสดี ๆ ที่ผู้ใหญ่หยิบยื่นให้ดีกว่า (ยิ้ม)"


ไม่ธรรมดา! แพนเค้ก ขึ้นแท่น ผจก.ทีมฟุตบอล



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (10 ก.ย.) สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังวิพากษ์วิจารณ์ ถึงคลิปวีดีโอเหตุการณ์ที่หญิงสาวรายหนึ่งเจอชายโรคจิต เหตุเกิดขณะเวลากลางวัน โดยในคลิปเผยให้เห็นชายใส่เสื้อดำกางเกงดำ มือหนึ่งถือกระเป๋าใบเล็กพยายามปกปิด ขณะที่อีกมือกำลังช่วยตัวเองอยู่
ทั้งนี้ หญิงสาวผู้โพสต์คลิปไม่ได้ระบุว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างสถานีไหน มีเพียงข้อความว่า ฝากแชร์ด้วยค่ะ "ขออภัยที่ถ่ายไม่ค่อยดีเพราะกลัวและตกใจมาก" บนรถไฟฟ้ากลางวันแสกๆ ดูมันกล้าทำได้

สาวผวา! เจอชายชุดดำโชว์ช่วยตัวเองบนรถไฟฟ้า


ที่มา facebook Gene Kasidit

เด็กๆ ต้องระวังกันไว้นะคะ เพราะว่าเมืองไทยเรามี.......
"กลุ่มหลงเพศ" ด้วยค่า
จาก แบบเรียนสุขศึกษา ม.1
#ต้องอ่านด่วนค่ะ #discrimination #hypocrisy #การศึกษาไทยช่างน่ากลัวนัก

ป.ล.คาบาเร่ต์ที่ต่างประเทศ มีนักแสดงทั้งหญิงและชายปกติอยู่ในโชว์ด้วย

หนังสือเรียนไทย ฉาวอีกแล้ว!!!


กลายเป็นเรื่องราวทอล์คออฟเดอะทาวน์ เมื่อช่วงปลายปี 2554 สำหรับเรื่องราวของ "ครอบครัวศุขพิมาย" ระหว่าง นักร้องร็อคเกอร์ชื่อดัง "" และภรรยา "กานต์ วิภากร ศุขพิมาย" ที่จู่ ๆ ภรรยาของนักร้องดัง ก็โพสต์ภาพของ เสก โลโซ ขณะเสพยา สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการบันเทิง ถึงขี้นหย่าขาดและฟ้องร้องเรื่องสินสมรสกัน กระทั่งในเวลาต่อมาทั้งคู่สามารถเคลียร์ใจกันได้ และตกลงจดทะเบียนสมรสเป็นครั้งที่ 2 ท่ามกลางความดีใจของลูกทั้ง 3 คน และแฟนคลับของเสก โลโซ
ล่าสุด ดูเหมือนเตียงของบ้านศุขพิมายจะสั่นคลอนอีกแล้ว เพราะ "กานต์ วิภากร" ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบายเรื่องราวความในใจหลายข้อความ ที่ดูท่าจะเกี่ยวกับสามี อาทิ 
"มึงนี้มันเหี้ยไม่มีที่ติจิงๆ มึงจะจังไรมึงก็ไปจัญไรไกลๆบ้านกูหน่อย อย่างน้อยก็เกรงใจเด็กๆ3คนบ้าง มึงเอาเหตุการณ์เดิมมารีเพลย์กับพวกกูทำเหี้ยไร พวกกูมีขีดจำกัดน่ะเว้ย อย่าหลอนให้มากนัก เดี๋ยวมึงได้กลับที่เก่า มึงจะเอาธัญญารักษ์หรือศรีธัญญา กูให้มึงเลือก เดี๋ยวกูจัดให้ อยู่ที่สูงดีๆไม่ชอบเสือกชอบของต่ำๆ สันดานจิงๆ!!"
ซึ่งดูเหมือนว่าขณะนี้ ภรรยาของนักร้องดัง จะไม่ได้อยู่ในบ้านของทั้งคู่ที่ย่านรามอินทราแล้ว เพราะแม้แต่โทรศัพท์มือถือ ยังต้องให้น้องคนสนิทเอามาให้ใช้ ขณะเดียวกันทางฝั่งของเสก โลโซ ช่วงหลังๆ ก็ดูจะโพสต์ข้อความแปลกๆ ผ่านเฟซบุ๊กเช่นเดียวกัน




“กานต์ วิภากร“ ภรรยา “เสก โลโซ“ โพสต์เฟซบุ๊ก ส่อแววเตียงหักรอบ 2

รายการครอบครัวข่าวเช้า ช่อง 3 นำเสนอข่าวการเปิดเผย รายงานโกลบอล คอมเพทติทีฟ รีพอร์ท 2014-2015 (Global Competitiv Report 2014-2015) ซึ่งจัดทำโดย เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (World Economic Forum-WEF) พบว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย อยู่เป็นอันดับที่ 31 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน ตามหลังประเทศสิงคโปร์ อยู่อันดับ 2 ของโลก และมาเลเซีย อันดับ 20 ของโลก
ขณะที่ในส่วนของการศึกษา คุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยอยู่ที่อันดับ 7 ของอาเซียน จากปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับ 6 และเป็นอันดับที่ 86 ของโลก โดยมีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ขยับไปแทนที่ในอันดับที่ 6 ของอาเซียน และทิ้งห่างไทยไปอยู่ในอันดับที่ 79 ของโลก
ส่วนคุณภาพของระดับอุดมศึกษาของไทย อยู่ที่อันดับ 8 ของอาเซียน เป็นอันดับที่ 78 ของโลก ตามหลัง สปป.ลาว ที่อยู่อันดับ 6 ของอาเซียน และอันดับที่ 57 ของโลก ส่วนประเทศกัมพูชา อยู่อันดับ 7 ของอาเซียน อันดับที่ 76 ของโลกแซงไทย แม้ว่าขีดความสามารถด้านคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ของไทยจะอยู่อันดับค่อนข้างดี คือ อันดับ 5 ของอาเซียน แต่อยู่อันดับ 80 ของโลก
ด้าน รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า เรื่องคุณภาพของมหาวิทยาลัย และบัณฑิตไทยกำลังเริ่มมีปัญหา โดยขณะนี้มีบริษัทหลายแห่งขึ้นบัญชีดำมหาวิทยาลัยที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งจะไม่รับเด็กที่จบจากมหาวิทยาลัยเหล่านี้เข้าทำงาน แม้เด็กจะได้รับเกียรตินิยมก็ตาม เพราะไม่เชื่อมั่นในคุณภาพ ดังนั้น มหาวิทยาลัยทุกแห่งต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มาก ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้เสียหายทั้งระบบ

น่าเป็นห่วง! มหาวิทยาลัยไทยไร้คุณภาพ โดนขึ้นบัญชีดำ





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Alexis Dood

คลิปผัวนอกใจ เมียทุ่มรถ แชร์ว่อน เผยภาพฝ่ายหญิงสุดฉุนฝ่ายชายมีกิ๊ก ไม่ยอมออกมาคุยด้วย เหวี่ยงรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่หน้าห้องล้มซะเลย

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีคลิปหนึ่งกำลังถูกแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ โดยเป็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาเคาะประตูห้องเรียกให้แฟนหนุ่มออกมาคุยด้วย แต่รออยู่นานแฟนหนุ่มก็ยังไม่ออกมาสักที จึงตะโกนขู่ไปว่าถ้าไม่เปิดประตูห้องจะเหวี่ยงรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าห้องให้พัง

เมื่อได้ยินดังนั้น แฟนหนุ่มจึงแง้มประตูออกมา แต่ก็ถูกหญิงสาวเข้าไปยื้อยุดประตูไว้ จนฝ่ายชายต้องผลักฝ่ายหญิงออกไป แต่ฝ่ายหญิงก็ยังไม่ยอมรามือ ยังคงยื้อยุดให้แฟนหนุ่มออกมาคุยด้วย จนสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจผลักรถจักรยานยนต์ของฝ่ายชายล้มกระแทกพื้น ก่อนเข้าไปทะเลาะกับแฟนหนุ่มที่นอกใจเธอ ทำให้เธอได้รับความเจ็บปวด สุดท้ายแล้วฝ่ายชายต้องรีบเข้ามายกรถให้ตั้งไว้เหมือนเดิม และเคลียร์ปัญหากับฝ่ายหญิงต่อไป

สาวฉุนแฟนนอกใจ ไม่ยอมคุย เหวี่ยง จยย. ล้มซะเลย



เมื่อกลางดึกของวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักที่ จ.ตราด อย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้น้ำป่าไหลท่วมในเขตพื้นที่ 2 ตำบล ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยในขณะนี้ ที่ต.เกาะช้างใต้ มีหมู่บ้านอย่างน้อย 5 หมูบ้าน ถนนถูกตัดขาด และบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน มีน้ำท่วมสูงจนประชาชนไม่สามารถเดินทางออกมาได้
โดยบริเวณที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือพื้นที่บ้านธารมะยมซึ่งเกิดน้ำป่าไหลจากน้ำตกธารมะยมจำนวนมากจนกระแสน้ำพัดบ้านเรือนชาวบ้านในละแวกนั้น หายไปหลายหลัง โดยนึ่งในนั้นมีบ้านพักคนงาน ของโรงน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ทำให้คนงานที่อาศัยอยู่ในบ้าน จำนวน 3 คน ถูกกระแสน้ำพัดหายไป ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือคนงานมาได้ 2 คน ส่วนอีก 1 คน ยังสูญหายไป
ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของเกาะช้าง ที่ต.เกาะช้าง ที่บ้านคลองสน น้ำป่าได้ไหลผ่านคลองสนเข้าท่วมบ้านเรือน ถนน รวมทั้งโรงเรียนบ้านคลองสน มีความสูงเฉลี่ย 40-50 ซม. เป็นเหตุให้รถยนต์จำนวนมากที่จอดอยู่ ถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถติดเครื่องได้
ที่บ้านคลองพร้าว ได้เกิดเหตุคอสะพานขาด รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ นอกจากนี้ น้ำป่าได้ไหลผ่านน้ำตกคลองพลู และไหลท่วมบ้านเรือนบริเวณนั้นจำนวนมากเช่นกัน ทั้งนี้ มีรายงานว่ามีรถจักรยานยนต์ซึ่งกำลังขับผ่านสะพานคลองพลู ไปถูกกระแสน้ำพัดหายไป และยังไม่สามารถติดตามได้ในขณะนี้
ส่วนที่บ้านไก่แบ้ น้ำยังไหลท่วมสะพานอยู่จนรถยนต์ไม่สามารถเดินทางไปได้ เนื่องจากมีความสูงเกือบ 1 เมตร ซึ่งฝนที่ยังตกหนักอยู่ยังมีน้ำไหลลงมาจากเขาอย่างต่อเนื่อง

นายพีระ เอี่ยมสุนทร นายอำเภอเกาะช้าง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมเกาะช้างขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากถนนสายสำคัญที่เชื่อมไปยังต.เกาะช้างใต้ และถนนบางช่วงชำรุดจากการถูกน้ำท่วมกัดเซาะ ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้หลายพื้นที่ต.เกาะช้างใต้ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ส่วนประชาชนที่สูญหายไปจากน้ำป่า 3 คน แต่สามารถช่วยมาได้แล้ว 2 คน อีกหนึ่งคนยังไม่สามารถค้นหาได้ ด้านเกาะช้างมีน้ำท่วมให้หลายหมู่บ้านและมีสะพานขาดที่คลองพลู เป็นเหตุให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางไปได้เช่นกัน ทั้งนี้ ทางอำเภอจะออกสำรวจความเสียหายที่แน่นอนลำลำดับต่อไป 

เกาะช้างอ่วม! น้ำป่าพัดบ้าน-รถเสียหาย ถนนถูกตัดขาด ชาวบ้านบางส่วนถูกน้ำพัดหาย ยังไม่ทราบชะตากรรม



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ว่า สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ ต้องออกแถลงการณ์ด่วน เปลี่ยนชื่อกิจกรรมเรียกคืนความมั่นใจผู้ใช้บริการ หลังพบกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงความไม่เหมาะสมโดยสายการบิน มาเลเซียแอร์ไลน์ ต้องเปลี่ยนชื่อโปรโมชั่นที่มีชื่อว่า “สถานที่อยากไปก่อนตาย” หรือ"Bucket list"หลังจากไม่เป็นที่พอใจของคนหมู่มาก เนื่องมาจากเครื่องบินได้ประสบเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ 2 ครั้ง ในปีเดียวกัน

โดยกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมส่งเสริมการขาย ได้ทำการการสอบถามประชาชนถึงกิจกรรมอย่างจะทำและจุดหมายที่อยากจะไปมากที่ สุด  เพื่อแข่งขันว่าสิ่งใดเป็นกิจกรรมใดและสถานที่ใดที่น่าสนใจที่สุด ซึ่งผู้ชนะจะได้รับรางวัลรวมถึงตั๋วเดินทางด้วย ซึ่งภายหลังถูกวิพากษ์อย่างหนัก เนื่องจากชื่อกิจกรรมดังกล่าว ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ญาติเหยื่อผู้ประสบเหตุโศกนาฎกรรมของสายการบินนี้ และสาธารณชนทั่วไป

หลายฝายระบุว่า ชื่อกิจกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่คำนึงถึงความอ่อนไหว   และตอกย้ำความสูญเสียของญาตเหยื่อชีวิต ส่งผลให้สายการบินมาเลเซียต้องออกแถลงการณ์ เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า ต้องเปลี่ยนชื่อกิจกรรมดังกล่าวใหม่ โดยระบุว่า ขณะนี้สายการบินยังไม่ระบุชื่อกิจกรรมนี้อย่างแน่ชัด เนื่องจากยังไม่มีชื่อที่เหมาะสม ขณะที่ในออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ริเริ่มกิจกรรมดังกล่าวแล้ว โดยมีระยะเวลาจนถึงสิ้นปี

ทั้งนี้ สำหรับสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ เคยเป็นหนึ่งในสายการบินชั้นนำของโลก แต่หลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ทั้ง 2 ครั้ง โดยครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 มีนาคม เครื่องบิน MH-370 ซึ่งบรรทุกผู้โดยสายจำนวน 239 คนได้หายไประหว่างเดินทางไปปักกิ่ง  อีกครั้งคือ เมื่อเดือนกรกฏาคม เครื่องบิน MH-17ถูกยิงตกบริเวณยูเครน คร่าชีวิตไปกว่า 298 คน ส่งผลให้สายการบินดังกล่าวประสบกับปัญหาด้านภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของ สายการบินอย่างรุนแรง

News : “มาเลเซีย แอร์ไลนส์”ทำพิลึก ผุดโปรโมชั่น”สถานที่อยากไปก่อนตาย”ผู้คนด่ายับไม่สำนึก